Saturday, November 22, 2014

สาส์น เส้นทางใหม่ 34 : เรื่อง คิดและเขียนนอกกะลา

สาส์น เส้นทางใหม่ 34 : เรื่อง คิดและเขียนนอกกะลา

......................................................................................

ตอนที่ 7 คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน

แอบออกมาอยู่ข้างกะลาเสียหลายวัน แต่ไม่น่าเชื่อว่า เพียงแง้มฝากะลานิดเดียว สิ่ง ที่พบเห็นก็ช่างแตกต่างจากภายในกะลา วันนี้ขอพักเรื่องที่อัฟริกาไว้ก่อน เพราะเรื่องนั้นต้องรีมายด์ย้อนหลังไปหลายๆปี วันนี้ เรามาคุยเรื่องใกล้ๆตัว ที่เพิ่งพบเจอในชั่วเวลาของ 3 วันที่ผ่านมา

ซึ่งถ้านำมาเล่าจนหมด เนื้อที่และเวลาคงไม่พอ เลยขอเล่าเพียงบางเรื่องที่ได้พบเห็นและตั้งเป็นคำถามในใจ ต่อผู้คนที่ยังหวั่นเกรง และไม่กล้าแม้คิดหรือตัดสินใจที่จะทิ้งตัวออกนอกกระดอง

หลายคนอาจทราบเพียง การลอกคราบของงู แต่ยังไม่เคยทราบ ว่าสำหรับปูนั้น มีการลอกตัวออกจากกระดอง ทุกระยะที่อวัยวะภายในเติบใหญ่จนคับกระดอง ปูต้องดิ้นรนให้ออกนอกกระดอง ซึ่งเป็นช่วงที่เราเรียก ปูนิ่ม ที่มนุษย์ไปเอามาทำกินกันนั้น เป็นช่วงที่ปูเจริญเติบโตเต็มที่ จนกระดองคับเกินไป ปูต้องทิ้งกระดอง แล้วซ่อนตัวเพื่อรอให้ร่างกายสร้างเกราะเป็นกระดองใหม่ที่แข็ง จึงกล้าออกทำมาหากินต่อไป ด้วยกระดองใหม่ที่ใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม ในชีวิตของปูตัวหนึ่งๆนั้น ปูต้องเปลี่ยนกระดองที่ใหญ่ขึ้นหลายๆครั้งเลยทีเดียว เพราะกระดองที่แข็งแล้ว มันขยายไม่ได้นั่นเอง

กลับมาเรื่องภายนอกกะลากันต่อ วันแรกที่หลุดจากไทย ผมเจอกับคณะใหญ่มาจากจีน (โต๊ะจีนน่ะครับที่ว่าใหญ่) ก็นั่งกันไม่ถึง 8 คน 5 คนในนั้น เป็นคนจีนจากมณฑลเสฉวน ของจีน ที่มาลงทุนทำกิจการอยู่ในลาว คนละเป็นหลายร้อยล้านบาทไทย ก็มีหลายกิจการ ที่เขาทำกัน ที่ใหญที่สุด น่าจะเป็นโรงงานเอทานอล ผลิตแอลกอฮอลล์ เพื่อใช้เป็นส่วนผสมให้เป็นน้ำมันแก็ซซอฮอลแบบของไทย

เขาลงทุนไปเป็นพันล้านบาทขึ้นไป เพื่อผลิตสนองการใช้ที่จะนำมาผสมกับน้ำมันเหมือนกับไทยเรา หรือไม่ก็ส่งไปจีนก็ได้เช่นกัน ปัจจุบันราคาต่อลิตรในไทย โรงกลั่นเขารับซื้อเกือบลิตรละ 30 บาท เพื่อยกระดับราคาสินค้าเกษตร ในขณะที่น้ำมันกลั่นจากไฮโดรคาร์บอน หรือน้ำมันที่เรียกกัน ลิตรละแค่ 21.50 บาทในไทย ส่วนที่สิงคโปร์ เขาขายแค่เกือบ 20 บาทไทย

อีกคนมาสร้างโรงงแรม 4 ดาว ลงทุนหลายร้อยล้านบาท เอาแค่ตัวอย่างเพียงสองคนละกัน เขามาหุ้นกับรุ่นน้องของผมที่อายุยังไม่ถึง 35 ปี 4ปีก่อน น้องคนนี้พาผมไปหนานหนิง มณฑลกวางสี เพราะเขาจบจากที่นั่นมา ที่ มหาวิทยาลัยคนหลายชาติ (จีนไม่เรียก inter แต่เรียก multi-national university) ของรัฐในมณฑลที่ว่า ก็พาผมไปรู้จัก นักธุรกิจใหญ่เล็กหลายๆคน เพื่อถามไถ่ว่า อยากได้อะไรจากไทย ที่เขาสนใจกันมาก ก็คือ ข้าวสารอย่างดี และ ผลไม้จากไทยที่จีนไม่มี ตลาดเขาใหญ่มากจริงๆ

แก้ว คือ ชื่อของน้อง จบมาแก้วมาทำงานรัฐ ที่ลาวเขาเรียก รัฐกร ในกระทรวงแผนการลงทุน ที่คนลงทุนต้องมาติดต่อเพื่อที่จะเข้ามาลงทุนในลาว แก้วลาออกมาแล้ว 2 ปี หลังจากเป็นรัฐกรอยู่ราว 8 ปี แก้วไปซื้อที่ดินตามชานเมืองแปลงใหญ่ๆ แล้วชักชวนนักลงทุน ที่สนใจ มาร่วมทุนกับแก้ว โดยแก้วใช้ที่ดินเป็นทุน ในทุกกิจการที่ร่วมกับต่างชาติ ทุกกิจการ ดูเหมือนแก้วถือหุ้น 30% ผมไม่รู้ว่า แก้วเอาเงินจากไหนหรือเป็นเงินกู้อะไร เฉพาะโรงงานผลิตแอลกอฮอล แก้วลงเงินสดๆอีก USD 8 millionเพิ่มจากที่ดิน ในโรงแรมที่ว่า แก้วก็มี 30% เหมือนกัน อีก 3 คน เก็บไว้ก่อนละกัน ทุกวันนี้ ผมประเมินว่า แก้วมีทรัพย์สินรวมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทไทย

ทั้งที่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว แก้วยังถามผมอยู่เลยว่า ลางานรัฐพาพี่ไปจีน พี่ให้ค่านำพาผมเท่าใด ผมไม่ได้จ่ายอะไรให้แก้วนอกจากที่ได้ใช้ไป สิ่งที่แก้วได้จากผม คือ เพียงการได้อยู่ เห็น และได้รับรู้คำตอบหลายอย่างจากผม ที่เขาสอบถามในแต่ละเรื่องที่ไม่เข้าใจ รวมเกือบอาทิตย์ที่เราคุยกันตลอดเวลา แล้วแก้วก็พยักหน้าทุกครั้งที่ได้คำอธิบาย ในคำถามที่เขาสงสัย และแก้วในวันนั้น กับแก้วในวันนี้ ก็เป็นแก้วคนเดียวกัน ที่ไม่เหมือนกัน ท่านคงพอจะเข้าใจ ว่าผมหมายถึงอะไร

คนที่ลงทุนโรงแรม เขาสนใจอยากให้ผมนำพาเขาเข้ามาลงทุนในไทย เขาบอกอยากสร้างคอนโดในกรุงเทพ เขาสนใจจริงๆ เหมาไถหลายต่อหลายแก้ว คือคำตอบของความสนใจ ที่ผมบอกใจเย็น แล้วค่อยนัดติดต่อกันผ่านทางแก้วละกัน เราล้วนพวกเดียวกัน ที่อยู่นอกกระดองกันทั้งนั้น

อีกคน คือคนที่ผมกล่าวทิ้งไว้ในตอน 6 ตอนนี้ก็น่าจะราว 36 ปี เท่านั้นเอง จบ ป 2 แล้วบวชเรียนตามที่เล่าให้ฟัง ราว 5-6 ปีที่แล้ว เพื่อนผมหอบเงินสดๆ ให้เขาจากไทย เพื่อต่อทุน ให้ทำไม้ส่งมาเข้าไทย แล้วก็คบค้ากันเรื่อยมา จนทิ้งธุรกิจไม้ แล้วหันมาก่อสร้างถนนสายใหม่ ที่แปลงชานเมืองที่เป็นที่นา ให้เป็นเมืองใหม่ที่จะขยายตัวไป (เปรียบบ้านเรา อาจเป็น บางพลี บางบัวทอง หรือ มีนบุรี อะไรแบบนั้น)

รัฐไม่มีเงินให้ แต่ให้สร้างถนนฟรีๆ กว้าง 33 เมตร แลกกับที่สองข้างทางความลึกด้านละ 60 เมตร โดยรัฐจะเวนคืนมาจากชาวบ้านตามราคาตลาด แต่ให้เราต้องจ่ายสตางค์ให้กับชาวบ้านเอง ถ้าจำไม่ผิด ราวตารางเมตรละ ไม่กี่ดอลล่าร์ แต่พอถนนเสร็จ ท่านคิดว่า เพื่อนผมคนนี้มีที่ดินราคารวมเท่าใด เขาตั้งให้เป็นกรรมการที่ปรึกษาน่ะ

คนนี้เดี๋ยวนี้ ไม่สนใจถนนอีกแล้ว เขามีสัมปทานโครงการเขื่อนในมือ 9 เขื่อน รวมกำลังการผลิต มากกว่า 1,000 Mw ตอนนี้เสร็จผลิตไฟฟ้าไปแล้ว 2 เขื่อน อีก 3 จะสร้างปีหน้า อีก 4 ยังอยู่ในระหว่างศึกษาสำรวจ

การสร้างเขื่อนพลังงานน้ำแต่ละลูก เขาคำนวณต้นทุนค่าก่อสร้างกันเป็น Mw คือ เฉลี่ย Mw ละ USD 2 million ถ้าสร้างถูกกว่า ถือว่า ถูก ถ้าก่อสร้างแพงกว่า ถือว่า สูง หรือ แพง ลองคิดกันเอง เขาไม่ได้หุ้นกะใคร ถ้าเขาสร้างเขื่อนครบ 1,000 mw เขาต้องใช้เงิน บวกลบ 2,000 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 63,000 ล้านบาทไทย

วิธีคำนวณรายได้ ก็คือ 1000 mw X 1000 = 1,000,000 Kw/hr ถ้าขาย 0.07 dollar หรือ 7 cent = 70,000 ดอล่าร์/ ชม X 24 ชม/วัน X 365วัน/ปี ใครมีเครื่องคำนวณช่วยคิดให้ทีว่า เขาจะมีรายได้ต่อปีเท่าใด แล้วเราให้เขากู้เงินธนาคารทั้งหมดมาทั้ง 2,000 ล้านดอลล่าร์เลยละกัน บวกดอกเบี้ยธนาคารราว 3-5%ต่อปี แล้วแต่แหล่งเงิน ไม่เกิน 7-9 ปี เงินกู้ก็ชำระหมดสิ้น คิดเสียว่าชำระเพียง 70% ของรายรับละกัน ที่เหลือเก็บไว้กินและใช้จ่าย จ่ายธนาคารหมดแล้ว เพื่อนผมคนนี้จะมีรายได้ปีละเท่าใด

ยังมีอีกคนที่เป็นหุ้นส่วนของผม เป็นโรงงานปูนซีเมนต์ รายนี้ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในมือผมละเอียดยิบเลย เพราะผมดูแลและทำเอกสารทั้งหมด ยังไม่เขียนยาวละกัน เรื่องนี้เขียนได้เป็นเล่มเช่นกัน บอกสั้นๆว่า เพื่อนผมคนนี้ บริษัทของเรา กู้เงินจากธนคารใหญ่มากในไทยเป็นสกุลดอลล่าร์ ดอกเบี้ยรวมค่าบริหารที่แบ็งค์กินเราไป ราว 4%/ปี เพราะเรากู้ในอัตรา libor 3 ปีที่แล้ว 0.89 %/ปี บวกค่าธนาคารกินไปราว 3.0%/ปี เราจ่ายเงินต้นคืนภายใน 5 ปี แต่กำลังจะกู้ก้อนใหม่ มากกว่าเดิม 5 เท่า คิดว่าจะขอเป็น ซัก 7 ปี เพราะต้องเสียเวลาก่อสร้างเกือบ 2 ปี

เขียนมาก็ยาวมาก ออกทะเลไป กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า เพื่อนคนจีนที่เฉินตู เสฉวน บอกผมว่า ตั้งแต่ lost in Thailand ที่ถ่ายทำที่เชียงใหม่ แล้วไปดังระเบิดในจีน ที่หลายคนคงทราบ ทำให้อาหารไทย เป็นที่นิยมในจีน เฉพาะที่เสฉวน ร้านอาหารไทยเล็กๆข้างทาง มีราว 8-10 โต๊ะ ก็สามารถทำกำไรได้ถึงร่วม 200,000 บาทต่อเดือน เขาว่า ถ้าเปิดร้านให้ใหญ่หน่อยกำไรเดือนละ กว่า 500,000 บาทนี่ ไม่ต้องมาถามกันแบบลังเลใจเลย และไม่เฉพาะเสฉวน แต่เป็นเกือบทุกท้องถิ่นทั่วแผ่นดินจีน ความคลั่งไม่น้อยกว่า แมคโดนัล ละกัน ผมเห็นพวกเรา คิดกันแต่อยากไป ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ทำไมไม่มีใครสนใจ เศรษฐใหม่ในเอเซีย ที่ความมั่งคั่งในครัวเรือน โตเป็นอันดับ 3 ของโลกแล้ว เป็นรองเพียง อเมริกา และญี่ปุ่น แค่นั้นเอง

ก่อนจบวันนี้ อยากถามท่านว่า การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่ท่านอยู่ ท่านเคยคิดไหมว่า ท่านจะมีโอกาสเช่นคนที่กล่าวถึงมา แล้วอย่ามาถามผมละกัน ว่าทำไมโอกาสอย่างนี้ จึงไม่เคยได้ยินในประเทศไทย คิดว่าท่านคงตอบกันได้ โดยไม่ต้องให้ผมตอบแทน มันจะแสลงหัวใจ ใครต่อใครหลายๆคน นอกจากคนที่ไม่มีโอกาส แต่สมองยังด้อยพัฒนา

ส่วนเรื่อง คนไทยที่จะทิ้งแผ่นดิน แบบไปตั้งเป็นประเทศใหม่กันเลย ขอเป็นท้ายๆละกัน ตอนนี้เพื่อนๆ ส่งข้อมูลมาให้แบบวิชาการกันเลย ที่เป็นไปได้จริงๆ ขืนเขียนเล่ากันแบบนี้ สิ้นปีไปแล้ว ยังจะได้เริ่มการทิ้งแผ่นดิน แบบวิชาการจริงๆ กันแล้วหรือยัง ใครอยากให้เร็วๆ หรืออยากให้เล่าช้าๆ ค่อยๆเล่า ชอบแบบไหนคอมเม้นท์กันมาแยะๆละกัน

ก่อนจบวันนี้ ขอเตือนอีกที ใครยังไม่ได้เข้าทำโพล ของท่าน Doungchampa Spencer Isenberg ช่วยรีบเข้าไปก่อนเที่ยงคืนด้วยครับ ผมโพสไป 2 ครั้งแล้ว เอาลิ้งค์มาลงเกรงจะกลายเป็นว่า ลงคะแนนเสร็จแล้ว ช่วยกันหน่อยครับ ท่านก็ช่วยผมมากเรื่องข้อมูล "คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน" มากทีเดียว ที่ผมจะทำเป็น reference ช่วงถึงข้อมูลที่ท่านส่งมาให้อีกที

โพสโดยไม่ได้ตรวจแก้ ผิดถูก อย่ามาว่ากันนะครับ #คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน

เพจ.คนไทยจะทิ้งแผ่นดินขอขอบคุณ Surachai Vajira

https://www.facebook.com/surachai.k.varodom/posts/869083693132293