สาส์น เส้นทางใหม่ 27 : เรื่อง ไนจีเจีย มรกตแห่งแอฟริกา(1)
......................................................................................
ตอนที่ 6 : คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน #คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน
คงเป็นช่วงจังหวะพอดี ที่ผู้ยิ่งใหญ่ของเรา สั่งการตรวจสอบการใช้โซเชียลมีเดีย ที่จะเข้มงวดและตรวจตราการใช้
ส่วนตัวผมก็งานเข้าพอดี อาจต้องห่างหายไปนานพอสมควร เพราะว่าต้องเดินทางไปทำงานในท้องถิ่นที่สัญญาณอินเตอร์เน็ตอาจไม่ค่อยดี และต้องใช้เวลาและสมองกับงานมากพอสมควร อาจนานเป็นอาทิตย์ ถึงสองอาทิตย์เลยทีเดียว
จึงขอเขียนตอนนี้ เป็นตอนสุดท้ายในเรื่องนี้ก่อน แล้วอาจกลับมาเขียนได้อีกที ราวใกล้สิ้นเดือนหรืออาจหมดเดือนพอดี การใช้ชีวิตที่ต้องคลุกคลีอยู่กับคนต่างชาติหลายชาติในคราวเดียวกัน บางทีก็ไม่ค่อยสะดวก ในการที่จะแยกตัวมานั่งคิด และขีดเขียนเป็นชั่วโมง ๆ จึงต้องขออภัยและแจ้งไว้ล่วงหน้าก่อนละกัน
ความคิดที่จะทิ้งแผ่นดิน จะเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น ถ้าคนเราได้มีโอกาสเริ่มก้าว ก้าวแรกของชีวิต ประสบการณ์จะนำพาเรา ให้ไปได้เอง โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่คนที่ปิดตัว และกล้าที่จะผจญภัยกับสิ่งที่อาจต้องประสบ แต่ก็ไม่มีอะไรที่จะยากลำบาก เท่ากับ ความคิดที่ต้องการจะหลุดออกจากกล่องหรือใครจะเรียกมันว่า กะลา ก็ได้เหมือนกัน ถ้ามีความกลัว ไม่ว่าจะเริ่มต้นทำอะไร มันก็จะยากลำบาก ตั้งแต่เริ่มเลยเชียวหละ ทันทีที่หลุดออกนอกกล่อง สิ่งที่ท่านจะได้พบและเห็น ก็จะแตกต่างในทันที
ผมแปลกใจมากเหมือนกัน ที่เห็นคนไทยที่มักเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ ด้วยบริการของทัวร์ และไปกันเป็นหมู่คณะใหญ่ๆ ประเภทที่เขาเรียกกันว่า 5 6 7 คือ ตื่นตีห้า อาหารเช้าหกโมง เจ็ดโมงล้อหมุน แล้วก็เร่งเดินทางกันเพียงเพื่อไปชมสถานที่ท่องเที่ยวให้มากที่สุด เอาปริมาณ โดยไม่มีคุณภาพกันเลย ซึ่งผมเคยมีประสบการณ์ครั้งเดียว แล้วก็เข็ดไปเลย เพราะการท่องไปแบบนั้น มันไม่ได้อะไรมากกว่าได้เห็นและถ่ายรูปมาเป็นที่ระลึก เพื่อบรรจุไว้เป็นเมมโมรี่ ที่ไม่ได้มีไรมากไปกว่าได้เห็นในสิ่งที่เขาสร้างให้เราเห็นกัน ไม่สามารถสัมผัสชีวิตของคนท้องถิ่นจริงๆ ได้เลย
ประสบการณ์การเดินทางต่างประเทศจริง ๆ นี่ ต้องเริ่มตั้งแต่การเดินทางด้วยตนเอง ไม่ว่าจะกี่คนก็ตาม ยิ่งน้อยยิ่งดี ยิ่งได้มีโอกาสในการตัดสินใจตามใจตนเอง แต่ก็ควรเตรียมการและวางแผนให้ดีเหมือนกัน เพื่อให้การใช้ชีวิตในระหว่างนั้น คุ้มกับเวลาที่เราเสียไป ถ้าเตรียมการได้ดี ความคุ้มค่าของยิ่งมากกว่าการสุ่มๆไป ก่อนไปที่ใด เราต้องศึกษาที่ที่เราจะไปให้ถ่องแท้ด้านข้อมูลให้มากที่สุด ซึ่งสมัยนี้ มี Google คอยช่วยให้ความรู้ท่านได้ตลอดเวลา ขอเพียงให้ท่านรู้จักในการตั้งคำถามตามที่ท่านต้องการ
ประสบการณ์ต่างประเทศที่ยิ่งมาก ก็ยิ่งเปิดความคิดในสิ่งต่างๆ ที่เราได้พบเห็น เพราะความแตกต่างที่เราได้เห็น คือ ความคิดแปลกใจและจะได้ความคิดแบบใหม่ขึ้นมาในทันที คิดว่ายังจะไม่นำพาท่านไปไกลหลายๆ แห่ง ด้วยเวลาอันสั้น แม้ว่าจะมีสิ่งต่างๆ ที่จะเล่าได้มากมายกันเป็นปีๆ จากประสบการณ์นับสิบปีในต่างแดน ที่ถ้าจะนับและเอามาเขียน ก็น่าจะได้เป็นสิบแห่งขึ้นไปทีเดียว บางประเทศๆเดียว ก็เขียนได้เป็นปีแล้วล่ะ
เราควรมาต่อกันที่ไนจีเรียกันก่อน ที่เล่าค้างไว้ เรื่องยังมีอีกมากมาย ที่ควรจะได้ถ่ายทอดเล่าสู่กันฟัง ตุ๊กใช้เรียน Suzuki Caribbean เป็นพาหนะของเธอในเมืองท่าใหญ่ที่เป็นเมืองการค้าที่ใหญ่ที่สุดของไนจีเรีย เราไปพักกันในแคมป์ที่ตุ๊กเช่าเป็นรายเดือน ในแคมป์นั้น มีคนไทยอยู่ด้วย อีก 2 ครอบครัว ที่เขาเป็นภรรยาของวิศวกรเยอรมัน ที่มาทำงานกันอยู่ในไนจีเรีย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ของคนไทยในต่างแดนเหมือนกัน ที่คนไทยคนที่ 29 ได้หลงหลุดเข้ามาในแผ่นดินที่คนไทยยังไม่เคยมากัน
เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจมาก ที่ประเทศไนจีเรียมีประชากรถึงกว่า 25% ของคนอัฟริกัน และในขณะนั้น ไนจีเรียก็ซื้อข้าวจากไทยมากเหลือเกิน คนไนจีเรียเมื่อปี 2000 แหล่งที่คนของเขาที่กล้าเดินทาง จุดหมายปลายทาง ก็คือ ประตูน้ำที่บางกอก ประเทศไทย ที่ตุ๊กเปิดร้านขายเสื้อผ้าและรองเท้านั่นเอง เมื่อได้สัมผัส ทำให้รู้ว่า ทางรัฐบาลของเขา อยากเปิดความสัมพันธ์การทูตกับประเทศไทย แต่อุปสรรค คือ ดูเหมือนทางไทย ยังไม่พร้อมและไม่ต้องการ อาจเพราะชื่อเสียงในทางไม่ดี ไม่ว่าจะดอลล่าร์ปลอม เรื่องนิทานโกหกหลอกลวง หรือยาเสพติด ที่มีคนดำเกี่ยวข้อง มักเป็นคนไนจีเรียเกือบทั้งสิ้น อาจด้วยคนมากและการดิ้นรนแข่งขันสูง ทำให้คนชาตินี้ มีการคิดและการหาทางออกที่ค่อนข้างก้าวไปเร็วกว่าชนชาติอื่นในอัฟริกา ไม่ว่าในด้านดีหรือด้านไม่ดี
แต่ทุกวันนี้ ไม่เหมือนเดิมนะ ปลายทางของเขา ไปยังจีนกับเวียตนามกันหมดแล้วกระมัง เพราะเขาหาซื้อสินค้าราคาถูกในคุณภาพที่พอใช้ เพื่อสนองตลาดในประเทศของเขาที่คนยากจนมีมากกว่าคนรวยแบบ 1:1000 หรือ 1:10000 เชียวหละ ซึ่งประมาณการดูก็น่าจะมี คนรวยไม่ควรเกิน 12,500 คน จากประชากร 125 ล้านคน ท่านคิดว่า สังคมแบบนี้จะสงบสุขได้อย่างไร
หลายท่านอาจไม่ทราบว่า ไนจีเรีย เป็นประเทศส่งออกน้ำมันมากที่สุด ประเทศหนึ่งในโลกเหมือนกัน แต่เป็นสัมปทานของบริษัทน้ำมันต่างชาติที่ไปทำสัญญากับรัฐบาล ผลประโยชน์จะแบ่งกันแบบไหน ตอนนั้นผมก็ไม่มีความรู้เหมือนกัน รู้เพียงว่า มีโจรปล้มน้ำมันในไนจีเรีย และมีชาวบ้านที่ชอบเอาถังไปใส่น้ำมัน เวลาท่อน้ำมันรั่ว จะโดยธรรมชาติ หรือโดยจงใจก็ตาม จนไฟท่วมตายกันเป็นร้อยๆ คนเป็นประจำ
แต่ไนจีเรียตอนนั้น กลับใช้ระบบโควต้าน้ำมัน ทำให้น้ำมันในประเทศมีสองราคา คือ ถ้าเติมตามปั๊มตามโควต้ารถแต่ละคัน ก็ราคานึง แต่มีจำนวนจำกัดไม่พอใช้ จึงต้องซื้อกันในตลาดมืดอีกราคานึง ใส่ถังน้ำมัน 20 ลิตร แล้วมาเทใส่ถังน้ำมันรถอีกที ตามมุมอับในเมืองที่รู้กันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
ย่านดาวน์เทาวน์ที่เป็นย่านค้าขายใหญ่ของเมืองแบบประตูน้ำของเขา ก็เป็นสินค้าที่ส่วนใหญ่ในขณะนั้นต้องขอบอกว่า เป็นสินค้าไทยเกือบทั้งหมดจริงๆ เป็นช่วงเริ่มต้นที่จีนกำลังจะบูม แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในหมู่พ่อค้าแม่ค้าไนจีเรีย ตามอาคารสถานที่ต่างๆ จะไม่มีห้องน้ำสำหรับผู้คน ตามมุมอับในตึก จึงเต็มไปด้วยกลิ่นแอมโมเนีย ที่เวลาเดินผ่านต้องกลั้นหายใจตลอดตามทางบันได ถ้าต้องกลั้นหายใจเดินขึ้นบันได 3-4 ชั้น ท่านลองหลับตา แล้วคิดดูว่ากว่าจะถึงนั้น ท่านจะทุกข์ทรมานเพียงใด แต่คนของเขาก็เดินคุยกันเหมือนไม่ได้หายใจกัน ก็ไม่รู้ซินะ
บ้านของคนไนจีเรียในเมือง แบบบ้านเดี่ยวของเรา ที่ทันสมัย มีน้อยมาก ๆ ในเมืองส่วนใหญ่จะเป็นคนจน และอาศัยกันอยู่ตามสลัมที่เป็นหลังคาสังกะสีสีสนิมตามที่เล่าให้ฟังว่าเต็ม ไปหมดก่อนเครื่องบินบินลง ฝาบ้านก็ตามมีตามเกิดด้วยแผ่นป้ายโฆษณาบ้าง ดูเหมือนการปลูกบ้านอย่างเป็นกิจลักษณะก็ยังไม่มี
ส่วนในต่างจังหวัด เขาปลูกบ้านดินและใช้ใบไม้ทำทำเป็นหลังคาและฝาบ้านบางตอน ชีวิตของเขาดิบกว่าในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้แบบเรามากมาย ไม่ว่าจะเทียบกับชาติไหน เขาก็เทียบไม่ได้เลย อาหารการกิน เขาก็กินอาหารที่เราไม่รู้จัก การกินข้าวนึ่งได้ ถือว่า มีฐานะพอควร เพราะประเทศเขาอาจยังปลูกข้าวไม่เป็น หรือเป็นก็น่าจะเป็นสัดส่วนที่น้อยมากๆนั่นเอง ผักต่างๆ ก็ไม่ค่อยมีมาก วิถีชีวิตและการบริโภคการกิน ยังอยู่ในระดับที่แบ่งเป็นคนสองชนชั้นกันเลยทีเดียว
แต่ความเจริญก็ต้องติดตามมาและรวดเร็วตามเวลา หลังจากนั้น ทางจีนก็เข้ามาลงทุนมากมายในไนจีเรีย คิดว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา ประเทศของเขาคงเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วทีเดียว ตุ๊กบอกผมว่า พี่รู้ไหมว่า แค่ปลูกผักขายได้ก็รวยแล้วล่ะ ตอนผมกลับไทย ตุ๊กยังฝากให้ผมซื้อเครื่องมือเพาะถั่วงอกที่ผมดูเขาผลิตและเสนอขายในเวปพัน ทิบให้เลย
ก่อนจบวันนี้ ผมมีเพื่อนคนนึง มีสถานที่เหมาะเป็นที่พักราว 30 ห้องพร้อมส่วนที่จะทำเป็นร้านอาหารราว 10 กว่าโต๊ะขึ้นไป ได้ทันที ไม่นับส่วนของออฟฟิสที่สามารถทำอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ หรือเป็นส่วนของบาร์เล็กๆ ก็ได้ เฟอร์พร้อมทั้งหมด ทุกวันนี้เขาเก็บไว้เฉยๆ จ้างคนทำความสะอาดห้องพักทุกวัน แต่ไม่ได้รับแขก เพราะไม่อยากเป็นภาระ หรือจะทำสัญญากับใครก็กลัวคนเช่า แต่ถ้าสัญญาไม่ยาวย แล้วต่อกันไป ก็สามารถคุยกันได้ ถ้าผมเจรจาให้นะ ผมว่าก็น่าจะลงทุนทำร้านอาหารไทยได้ดีทีเดียว หรือถ้าขายอาหารทะเลสด ก็จะเป็นร้านแรกในหลวงพระบางเลยทีเดียว ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองระหว่างธนาคารใหญ่ทั้งซ้ายและขวา ขนาบกลางกันเลยทีเดียวและเป็นธนาคารใหญ่อันดับหนึ่งของลาวเสียด้วย พูดแบบนี้ คนเคยไปหลวงพระบางหรือรู้จักลาวดี ก็คงรู้ทำเลตรงนี้แล้วหละ
เพจคนไทยจะทิ้งแผ่นดินขอขอบคุณ Surachai Vajira
......................................................................................
ตอนที่ 6 : คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน #คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน
คงเป็นช่วงจังหวะพอดี ที่ผู้ยิ่งใหญ่ของเรา สั่งการตรวจสอบการใช้โซเชียลมีเดีย ที่จะเข้มงวดและตรวจตราการใช้
ส่วนตัวผมก็งานเข้าพอดี อาจต้องห่างหายไปนานพอสมควร เพราะว่าต้องเดินทางไปทำงานในท้องถิ่นที่สัญญาณอินเตอร์เน็ตอาจไม่ค่อยดี และต้องใช้เวลาและสมองกับงานมากพอสมควร อาจนานเป็นอาทิตย์ ถึงสองอาทิตย์เลยทีเดียว
จึงขอเขียนตอนนี้ เป็นตอนสุดท้ายในเรื่องนี้ก่อน แล้วอาจกลับมาเขียนได้อีกที ราวใกล้สิ้นเดือนหรืออาจหมดเดือนพอดี การใช้ชีวิตที่ต้องคลุกคลีอยู่กับคนต่างชาติหลายชาติในคราวเดียวกัน บางทีก็ไม่ค่อยสะดวก ในการที่จะแยกตัวมานั่งคิด และขีดเขียนเป็นชั่วโมง ๆ จึงต้องขออภัยและแจ้งไว้ล่วงหน้าก่อนละกัน
ความคิดที่จะทิ้งแผ่นดิน จะเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น ถ้าคนเราได้มีโอกาสเริ่มก้าว ก้าวแรกของชีวิต ประสบการณ์จะนำพาเรา ให้ไปได้เอง โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่คนที่ปิดตัว และกล้าที่จะผจญภัยกับสิ่งที่อาจต้องประสบ แต่ก็ไม่มีอะไรที่จะยากลำบาก เท่ากับ ความคิดที่ต้องการจะหลุดออกจากกล่องหรือใครจะเรียกมันว่า กะลา ก็ได้เหมือนกัน ถ้ามีความกลัว ไม่ว่าจะเริ่มต้นทำอะไร มันก็จะยากลำบาก ตั้งแต่เริ่มเลยเชียวหละ ทันทีที่หลุดออกนอกกล่อง สิ่งที่ท่านจะได้พบและเห็น ก็จะแตกต่างในทันที
ผมแปลกใจมากเหมือนกัน ที่เห็นคนไทยที่มักเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ ด้วยบริการของทัวร์ และไปกันเป็นหมู่คณะใหญ่ๆ ประเภทที่เขาเรียกกันว่า 5 6 7 คือ ตื่นตีห้า อาหารเช้าหกโมง เจ็ดโมงล้อหมุน แล้วก็เร่งเดินทางกันเพียงเพื่อไปชมสถานที่ท่องเที่ยวให้มากที่สุด เอาปริมาณ โดยไม่มีคุณภาพกันเลย ซึ่งผมเคยมีประสบการณ์ครั้งเดียว แล้วก็เข็ดไปเลย เพราะการท่องไปแบบนั้น มันไม่ได้อะไรมากกว่าได้เห็นและถ่ายรูปมาเป็นที่ระลึก เพื่อบรรจุไว้เป็นเมมโมรี่ ที่ไม่ได้มีไรมากไปกว่าได้เห็นในสิ่งที่เขาสร้างให้เราเห็นกัน ไม่สามารถสัมผัสชีวิตของคนท้องถิ่นจริงๆ ได้เลย
ประสบการณ์การเดินทางต่างประเทศจริง ๆ นี่ ต้องเริ่มตั้งแต่การเดินทางด้วยตนเอง ไม่ว่าจะกี่คนก็ตาม ยิ่งน้อยยิ่งดี ยิ่งได้มีโอกาสในการตัดสินใจตามใจตนเอง แต่ก็ควรเตรียมการและวางแผนให้ดีเหมือนกัน เพื่อให้การใช้ชีวิตในระหว่างนั้น คุ้มกับเวลาที่เราเสียไป ถ้าเตรียมการได้ดี ความคุ้มค่าของยิ่งมากกว่าการสุ่มๆไป ก่อนไปที่ใด เราต้องศึกษาที่ที่เราจะไปให้ถ่องแท้ด้านข้อมูลให้มากที่สุด ซึ่งสมัยนี้ มี Google คอยช่วยให้ความรู้ท่านได้ตลอดเวลา ขอเพียงให้ท่านรู้จักในการตั้งคำถามตามที่ท่านต้องการ
ประสบการณ์ต่างประเทศที่ยิ่งมาก ก็ยิ่งเปิดความคิดในสิ่งต่างๆ ที่เราได้พบเห็น เพราะความแตกต่างที่เราได้เห็น คือ ความคิดแปลกใจและจะได้ความคิดแบบใหม่ขึ้นมาในทันที คิดว่ายังจะไม่นำพาท่านไปไกลหลายๆ แห่ง ด้วยเวลาอันสั้น แม้ว่าจะมีสิ่งต่างๆ ที่จะเล่าได้มากมายกันเป็นปีๆ จากประสบการณ์นับสิบปีในต่างแดน ที่ถ้าจะนับและเอามาเขียน ก็น่าจะได้เป็นสิบแห่งขึ้นไปทีเดียว บางประเทศๆเดียว ก็เขียนได้เป็นปีแล้วล่ะ
เราควรมาต่อกันที่ไนจีเรียกันก่อน ที่เล่าค้างไว้ เรื่องยังมีอีกมากมาย ที่ควรจะได้ถ่ายทอดเล่าสู่กันฟัง ตุ๊กใช้เรียน Suzuki Caribbean เป็นพาหนะของเธอในเมืองท่าใหญ่ที่เป็นเมืองการค้าที่ใหญ่ที่สุดของไนจีเรีย เราไปพักกันในแคมป์ที่ตุ๊กเช่าเป็นรายเดือน ในแคมป์นั้น มีคนไทยอยู่ด้วย อีก 2 ครอบครัว ที่เขาเป็นภรรยาของวิศวกรเยอรมัน ที่มาทำงานกันอยู่ในไนจีเรีย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ของคนไทยในต่างแดนเหมือนกัน ที่คนไทยคนที่ 29 ได้หลงหลุดเข้ามาในแผ่นดินที่คนไทยยังไม่เคยมากัน
เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจมาก ที่ประเทศไนจีเรียมีประชากรถึงกว่า 25% ของคนอัฟริกัน และในขณะนั้น ไนจีเรียก็ซื้อข้าวจากไทยมากเหลือเกิน คนไนจีเรียเมื่อปี 2000 แหล่งที่คนของเขาที่กล้าเดินทาง จุดหมายปลายทาง ก็คือ ประตูน้ำที่บางกอก ประเทศไทย ที่ตุ๊กเปิดร้านขายเสื้อผ้าและรองเท้านั่นเอง เมื่อได้สัมผัส ทำให้รู้ว่า ทางรัฐบาลของเขา อยากเปิดความสัมพันธ์การทูตกับประเทศไทย แต่อุปสรรค คือ ดูเหมือนทางไทย ยังไม่พร้อมและไม่ต้องการ อาจเพราะชื่อเสียงในทางไม่ดี ไม่ว่าจะดอลล่าร์ปลอม เรื่องนิทานโกหกหลอกลวง หรือยาเสพติด ที่มีคนดำเกี่ยวข้อง มักเป็นคนไนจีเรียเกือบทั้งสิ้น อาจด้วยคนมากและการดิ้นรนแข่งขันสูง ทำให้คนชาตินี้ มีการคิดและการหาทางออกที่ค่อนข้างก้าวไปเร็วกว่าชนชาติอื่นในอัฟริกา ไม่ว่าในด้านดีหรือด้านไม่ดี
แต่ทุกวันนี้ ไม่เหมือนเดิมนะ ปลายทางของเขา ไปยังจีนกับเวียตนามกันหมดแล้วกระมัง เพราะเขาหาซื้อสินค้าราคาถูกในคุณภาพที่พอใช้ เพื่อสนองตลาดในประเทศของเขาที่คนยากจนมีมากกว่าคนรวยแบบ 1:1000 หรือ 1:10000 เชียวหละ ซึ่งประมาณการดูก็น่าจะมี คนรวยไม่ควรเกิน 12,500 คน จากประชากร 125 ล้านคน ท่านคิดว่า สังคมแบบนี้จะสงบสุขได้อย่างไร
หลายท่านอาจไม่ทราบว่า ไนจีเรีย เป็นประเทศส่งออกน้ำมันมากที่สุด ประเทศหนึ่งในโลกเหมือนกัน แต่เป็นสัมปทานของบริษัทน้ำมันต่างชาติที่ไปทำสัญญากับรัฐบาล ผลประโยชน์จะแบ่งกันแบบไหน ตอนนั้นผมก็ไม่มีความรู้เหมือนกัน รู้เพียงว่า มีโจรปล้มน้ำมันในไนจีเรีย และมีชาวบ้านที่ชอบเอาถังไปใส่น้ำมัน เวลาท่อน้ำมันรั่ว จะโดยธรรมชาติ หรือโดยจงใจก็ตาม จนไฟท่วมตายกันเป็นร้อยๆ คนเป็นประจำ
แต่ไนจีเรียตอนนั้น กลับใช้ระบบโควต้าน้ำมัน ทำให้น้ำมันในประเทศมีสองราคา คือ ถ้าเติมตามปั๊มตามโควต้ารถแต่ละคัน ก็ราคานึง แต่มีจำนวนจำกัดไม่พอใช้ จึงต้องซื้อกันในตลาดมืดอีกราคานึง ใส่ถังน้ำมัน 20 ลิตร แล้วมาเทใส่ถังน้ำมันรถอีกที ตามมุมอับในเมืองที่รู้กันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
ย่านดาวน์เทาวน์ที่เป็นย่านค้าขายใหญ่ของเมืองแบบประตูน้ำของเขา ก็เป็นสินค้าที่ส่วนใหญ่ในขณะนั้นต้องขอบอกว่า เป็นสินค้าไทยเกือบทั้งหมดจริงๆ เป็นช่วงเริ่มต้นที่จีนกำลังจะบูม แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในหมู่พ่อค้าแม่ค้าไนจีเรีย ตามอาคารสถานที่ต่างๆ จะไม่มีห้องน้ำสำหรับผู้คน ตามมุมอับในตึก จึงเต็มไปด้วยกลิ่นแอมโมเนีย ที่เวลาเดินผ่านต้องกลั้นหายใจตลอดตามทางบันได ถ้าต้องกลั้นหายใจเดินขึ้นบันได 3-4 ชั้น ท่านลองหลับตา แล้วคิดดูว่ากว่าจะถึงนั้น ท่านจะทุกข์ทรมานเพียงใด แต่คนของเขาก็เดินคุยกันเหมือนไม่ได้หายใจกัน ก็ไม่รู้ซินะ
บ้านของคนไนจีเรียในเมือง แบบบ้านเดี่ยวของเรา ที่ทันสมัย มีน้อยมาก ๆ ในเมืองส่วนใหญ่จะเป็นคนจน และอาศัยกันอยู่ตามสลัมที่เป็นหลังคาสังกะสีสีสนิมตามที่เล่าให้ฟังว่าเต็ม ไปหมดก่อนเครื่องบินบินลง ฝาบ้านก็ตามมีตามเกิดด้วยแผ่นป้ายโฆษณาบ้าง ดูเหมือนการปลูกบ้านอย่างเป็นกิจลักษณะก็ยังไม่มี
ส่วนในต่างจังหวัด เขาปลูกบ้านดินและใช้ใบไม้ทำทำเป็นหลังคาและฝาบ้านบางตอน ชีวิตของเขาดิบกว่าในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้แบบเรามากมาย ไม่ว่าจะเทียบกับชาติไหน เขาก็เทียบไม่ได้เลย อาหารการกิน เขาก็กินอาหารที่เราไม่รู้จัก การกินข้าวนึ่งได้ ถือว่า มีฐานะพอควร เพราะประเทศเขาอาจยังปลูกข้าวไม่เป็น หรือเป็นก็น่าจะเป็นสัดส่วนที่น้อยมากๆนั่นเอง ผักต่างๆ ก็ไม่ค่อยมีมาก วิถีชีวิตและการบริโภคการกิน ยังอยู่ในระดับที่แบ่งเป็นคนสองชนชั้นกันเลยทีเดียว
แต่ความเจริญก็ต้องติดตามมาและรวดเร็วตามเวลา หลังจากนั้น ทางจีนก็เข้ามาลงทุนมากมายในไนจีเรีย คิดว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา ประเทศของเขาคงเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วทีเดียว ตุ๊กบอกผมว่า พี่รู้ไหมว่า แค่ปลูกผักขายได้ก็รวยแล้วล่ะ ตอนผมกลับไทย ตุ๊กยังฝากให้ผมซื้อเครื่องมือเพาะถั่วงอกที่ผมดูเขาผลิตและเสนอขายในเวปพัน ทิบให้เลย
ก่อนจบวันนี้ ผมมีเพื่อนคนนึง มีสถานที่เหมาะเป็นที่พักราว 30 ห้องพร้อมส่วนที่จะทำเป็นร้านอาหารราว 10 กว่าโต๊ะขึ้นไป ได้ทันที ไม่นับส่วนของออฟฟิสที่สามารถทำอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ หรือเป็นส่วนของบาร์เล็กๆ ก็ได้ เฟอร์พร้อมทั้งหมด ทุกวันนี้เขาเก็บไว้เฉยๆ จ้างคนทำความสะอาดห้องพักทุกวัน แต่ไม่ได้รับแขก เพราะไม่อยากเป็นภาระ หรือจะทำสัญญากับใครก็กลัวคนเช่า แต่ถ้าสัญญาไม่ยาวย แล้วต่อกันไป ก็สามารถคุยกันได้ ถ้าผมเจรจาให้นะ ผมว่าก็น่าจะลงทุนทำร้านอาหารไทยได้ดีทีเดียว หรือถ้าขายอาหารทะเลสด ก็จะเป็นร้านแรกในหลวงพระบางเลยทีเดียว ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองระหว่างธนาคารใหญ่ทั้งซ้ายและขวา ขนาบกลางกันเลยทีเดียวและเป็นธนาคารใหญ่อันดับหนึ่งของลาวเสียด้วย พูดแบบนี้ คนเคยไปหลวงพระบางหรือรู้จักลาวดี ก็คงรู้ทำเลตรงนี้แล้วหละ
เพจคนไทยจะทิ้งแผ่นดินขอขอบคุณ Surachai Vajira
