สาส์น เส้นทางใหม่ 32 : เรื่อง ไนจีเจีย มรกตแห่งแอฟริกา(2)
......................................................................................
ตอนที่ 6 : คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน #คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน
(ตอนต่อ)
หลายท่านอาจสงสัยว่า ที่ผมไปครั้งนั้น เป้าหมายของผมคืออะไร ผมคิดหลายอย่าง แต่ไม่ได้ทำสักอย่าง ซึ่งก็น่าเสียดาย สิ่งที่ทำให้ผมเดินทางไปไนจีเรีย คือ ต้องการไปขายปูนซีเมนต์ เพราะช่วงนั้น เพิ่งเริ่มจะย้ายเมืองหลวงจากลากอส ไปทางเหนือที่ อาบูจา ต้องใช้ปูนซีเมนต์มากเหลือเกิน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขามีโรงงานผลิตของเขาเองแล้วล่ะ ประการต่อมา ผมตั้งใจจะไปเสนอขาย รถสามล้อของไทย ที่ผลิตในไทย ที่เจ้าของโรงงานผลิตแล้วไปไม่รอด (แต่ทุกวันนี้ เขาด้วยมากจากระบบ MLM แล้วนะ) แต่ขั้นตอนที่ต้องดำเนินการเรื่องใบอนุญาตนำเข้าและความพร้อมของผู้ซื้อที่ ไม่สามารถชำระเงินเราได้ ทำให้เป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ ส่วนการซื้อนั้น ตั้งใจจะไปซื้อไม้จากไนจีเรีย ที่มีทั้งไม้สัก(TEAK) ไม้มะค่า (AFZELIA) หรือไม้เนื้อแข้งอื่นๆ หรือแม้แต่การทำ Barter Trade ก็ตาม
แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้สักอย่าง เพราะผู้ซื้อไม่มีเงินสดที่จะซื้อจากเรา ต้องนำของไปที่ท่าเรือ แล้วขายใน PORT หรือ Warehouse กันเลยก็ได้ แต่ต้องนั่งเฝ้าเก็บเงินกันตรงนั้นวันต่อวัน เที่ยวต่อเที่ยว จ่ายกันเป็นเงินสด คือ ต้องแปรรูปตัวเองไปเป็นพ่อค้าขายปลีกเงินสดที่นั่นแบบเดียวกับตุ๊กนั่นเอง ส่วนรถสามล้อ ก็ต้องนำเข้าไปขายเอง แล้วขายเป็นคันๆ แบบเดียวที่ทางอินเดียเขาไปทำกัน แต่แลดูคุณภาพและความสวยงามแตกต่างสู้กับของเราไม่ได้เลย ส่วนการซื้อไม้ล่ะ กลายเป็นว่า มี 2 แบบๆ หนึ่ง คือ ซื้อขายเงินสดแล้วจ้างคนเลื่อยกันเองเลย ซึ่งคุณภาพเครื่องมือ ถ้าจะทำจริงๆ ก็ต้อง import ทั้งเครื่องเลื่อยและคนเลี่อยไปจากเมืองไทยกันเลยทีเดียว อีกแบบนึง คือ การซื้อเป็นซุงจากบริษัทค้าไม้ซุงของเขา แต่ต้องชำระเงินก่อนนำสินค้าขึ้นเรื่อ ต้องวางมัดจำล่วงหน้า และชำระส่วนที่เหลือก่อนเรือออกจากฝั่งทั้งหมด เรือเราก็ต้องจัดหามาเองอีกตะหาก
ก็เลยทำให้การเดินทางครั้งนั้น แล้วไม่ได้สานต่อ ถามว่า เสียดายไหม ตอบได้ในวันนี้ว่า เสียดายจังเลย ที่ไม่กล้าตัดสินใจในวันนั้น ถ้าใจกล้าอีกนิดนึง วันนี้อาจเป็นคนไทยผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของไนจีเรีย แบบเดียวกับวันนี้ ของ ตุ๊ก ไปแล้วก็ได้เหมือนกัน จริงๆ ยังมีอีกหลายประเทศที่ความกลัว ทำให้ผมเสียใจมาจนทุกวันนี้
คงยาวเกินไปที่จะขยายความถึงความประทับใจอันมากมายในระหว่างที่ใช้ชีวิตใน ระหว่างอยู่ที่นั่น แต่อยากสรุปสั้นๆ ว่า ถ้าจะเล่าโดยละเอียดมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจเล่าได้มากมาย มันเป็นความประทับใจในดินแดนที่คนไทยอีกหลายคนไม่เคยรู้จัก หรือเคยรู้จัก แต่ไม่เคยคิดว่าจะไปสัมผัส อยากบอกทุกคนว่า เงินทอง ไม่สำคัญ เท่ากับ ใจทีพร้อม อาชีพที่เราเลือก จะเป็นตัวกำหนดเงินลงทุนของเรา ถ้าคิดไปขายแรงงาน ก็ใช้เงินไม่มากเลย หรือ จะคิดไปทำร้านอาหารไทย ทั่วโลกเกือบทุกประเทศ ร้านอาหารจะเป็นไปได้ ถ้าท่านคิดว่า ท่านสามารถปรับปรุงรสชาติให้ถึงรส และถูกปากของท้องถิ่น ผมเคยไปทานร้านอาหารไทยในต่างแดนมามากในหลายประเทศ อยากบอกว่า เสียดายเหลือเกิน ที่คนไทยที่กล้าและตัดสินใจไปทำร้านอาหารในหลายๆ แห่ง มักเป็นเพียงผู้อยากจะทำ แต่ยังไม่ใช่มืออาชีพเท่าที่ควรจะเป็น
ท่านควรต้องเป็นมืออาชีพอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ มีความสามารถพิเศษ บวกกับความเป็นนักต่อสู้และผจญภัย พร้อมกับกะตังค์ในกระเป๋าตามโลเกชั่นที่ต้องการและการลงทุนเท่าที่จำเป็น หรือถ้าไม่มี ท่านคิดว่าท่านเป็นกุ๊กฝีมือดีหรือไม่ เหล่านี้เป็นต้น เราก็สามารถเริ่มต้นอาชีพอะไรสักอย่างในต่างแดนได้อย่างมั่นใจ ขอเพียงให้ใช้คุณภาพเป็นตัวนำทาง
ความจริงยังมีเรื่องที่จะเล่าอีกมากทีเดียว แต่วันนี้ก็เขียนยาวมากเกินความพอดีไปแล้ว เกรงจะเสียความรู้สึกผู้อ่าน ที่เป็นภาระต้องอ่านกันยาวเกินไป ก็ควรพักยาวไว้แค่นี้ก่อนละกัน
ตอนต่อไป อาจขอช้านิดนึง แต่จะเขียนให้เป็นเรื่องเป็นราว ว่างก็เขียนไว้ แล้วคัดกรองให้ไม่เขียนย้อนไปมา เพื่อเล่าเรื่องราวให้ฟัง ว่า การทิ้งแผ่นดินเกิด เพื่อไปมีชีวิตใหม่ในต่างแดน มิใช่สิ่งที่ยากอย่างที่หลายคนคิด
ตอนหน้าจะมาเล่าให้ฟัง เรื่องที่ท่านทั้งหลายทราบกันดีว่า คนรุ่นพ่อที่สร้างเนื้อสร้างตัวแบบ จบเพียง ป 4 แล้วเป็นเศรษฐี หรือมหาเศรษฐีนี่ ท่านคิดว่า คงจะไม่มีอีกแล้ว ผมจะมาเล่าให้ฟัง บางประเทศทุกวันนี้ยังมี ที่คนจบ ป 2 อ่านหนังสือต้องสะกดช้าๆ อายุเพียง 35 ปี 2-3 ที่แล้ว ชีวิตยังลุ่มๆดอนๆ ยังต้องแลกเช็คกันอยู่เลย แต่วันนี้ เขามีเงินหลักพันล้านบาทไทย และดูเหมือนว่าหลักหมื่นล้านบาทไทยนี่เป็นเรื่องไม่ยากเย็นสำหรับเขาเลย ผมไม่รู้ว่าเหมะสมหรือไม่ ที่จะมาเล่าให้ฟัง เพราะเป็นในระหว่างปัจจุบันๆกันเลย คงต้องขออนุญาตเจ้าตัวก่อน แม้จะไม่เอ่ยชื่อหรือพาดพิงใดๆ ก็ตาม เพราะเขายังกำลังสร้างเงินของเขาอยู่ทุกวันแบบโตวันโตคืน รวดเร็วมากๆ จริงๆ และจะยิ่งเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ คนที่อายุไม่มากกว่า 40 ปี แต่มีเงินหลักร้อยๆ ล้านบาทไทยนี่โดยสร้างกันขึ้นมาเองนี่ ผมเห็นในประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ประเทศไทยกันมากเลยทีเดียว แต่ไม่มีใครเท่า แจ็ค แซ่ม่า เจ้าของ Alibaba.com ได้สักคน ห้ามนำมาเทียบกัน
สิ่งที่น่าเสียดาย ก็คือ ถ้าอยู่ในประเทศไทย กี่คนที่จะทำได้ แบบ นายตัน ภาสกร...อะไรนั่นน่ะ
เพราะโอกาสในไทยนั้นยากจริงๆ ประตูมันปิดเกือบทุกบานเลยหละ เขาผูกขาดกันไว้เฉพาะกลุ่มแค่นั้นเอง พวกเราล้วนคนนอก คงต้องออกนอกตามที่เขาชี้ทาง....จะดีกว่าหรือไม่ อยู่ที่แต่ละท่าน ตัดสินใจกันเองละกัน
เพจคนไทยจะทิ้งแผ่นดินขอขอบคุณ Surachai Vajira
https://www.facebook.com/surachai.k.varodom/posts/867385809968748
......................................................................................
ตอนที่ 6 : คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน #คนไทยจะทิ้งแผ่นดิน
(ตอนต่อ)
หลายท่านอาจสงสัยว่า ที่ผมไปครั้งนั้น เป้าหมายของผมคืออะไร ผมคิดหลายอย่าง แต่ไม่ได้ทำสักอย่าง ซึ่งก็น่าเสียดาย สิ่งที่ทำให้ผมเดินทางไปไนจีเรีย คือ ต้องการไปขายปูนซีเมนต์ เพราะช่วงนั้น เพิ่งเริ่มจะย้ายเมืองหลวงจากลากอส ไปทางเหนือที่ อาบูจา ต้องใช้ปูนซีเมนต์มากเหลือเกิน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขามีโรงงานผลิตของเขาเองแล้วล่ะ ประการต่อมา ผมตั้งใจจะไปเสนอขาย รถสามล้อของไทย ที่ผลิตในไทย ที่เจ้าของโรงงานผลิตแล้วไปไม่รอด (แต่ทุกวันนี้ เขาด้วยมากจากระบบ MLM แล้วนะ) แต่ขั้นตอนที่ต้องดำเนินการเรื่องใบอนุญาตนำเข้าและความพร้อมของผู้ซื้อที่ ไม่สามารถชำระเงินเราได้ ทำให้เป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ ส่วนการซื้อนั้น ตั้งใจจะไปซื้อไม้จากไนจีเรีย ที่มีทั้งไม้สัก(TEAK) ไม้มะค่า (AFZELIA) หรือไม้เนื้อแข้งอื่นๆ หรือแม้แต่การทำ Barter Trade ก็ตาม
แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้สักอย่าง เพราะผู้ซื้อไม่มีเงินสดที่จะซื้อจากเรา ต้องนำของไปที่ท่าเรือ แล้วขายใน PORT หรือ Warehouse กันเลยก็ได้ แต่ต้องนั่งเฝ้าเก็บเงินกันตรงนั้นวันต่อวัน เที่ยวต่อเที่ยว จ่ายกันเป็นเงินสด คือ ต้องแปรรูปตัวเองไปเป็นพ่อค้าขายปลีกเงินสดที่นั่นแบบเดียวกับตุ๊กนั่นเอง ส่วนรถสามล้อ ก็ต้องนำเข้าไปขายเอง แล้วขายเป็นคันๆ แบบเดียวที่ทางอินเดียเขาไปทำกัน แต่แลดูคุณภาพและความสวยงามแตกต่างสู้กับของเราไม่ได้เลย ส่วนการซื้อไม้ล่ะ กลายเป็นว่า มี 2 แบบๆ หนึ่ง คือ ซื้อขายเงินสดแล้วจ้างคนเลื่อยกันเองเลย ซึ่งคุณภาพเครื่องมือ ถ้าจะทำจริงๆ ก็ต้อง import ทั้งเครื่องเลื่อยและคนเลี่อยไปจากเมืองไทยกันเลยทีเดียว อีกแบบนึง คือ การซื้อเป็นซุงจากบริษัทค้าไม้ซุงของเขา แต่ต้องชำระเงินก่อนนำสินค้าขึ้นเรื่อ ต้องวางมัดจำล่วงหน้า และชำระส่วนที่เหลือก่อนเรือออกจากฝั่งทั้งหมด เรือเราก็ต้องจัดหามาเองอีกตะหาก
ก็เลยทำให้การเดินทางครั้งนั้น แล้วไม่ได้สานต่อ ถามว่า เสียดายไหม ตอบได้ในวันนี้ว่า เสียดายจังเลย ที่ไม่กล้าตัดสินใจในวันนั้น ถ้าใจกล้าอีกนิดนึง วันนี้อาจเป็นคนไทยผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของไนจีเรีย แบบเดียวกับวันนี้ ของ ตุ๊ก ไปแล้วก็ได้เหมือนกัน จริงๆ ยังมีอีกหลายประเทศที่ความกลัว ทำให้ผมเสียใจมาจนทุกวันนี้
คงยาวเกินไปที่จะขยายความถึงความประทับใจอันมากมายในระหว่างที่ใช้ชีวิตใน ระหว่างอยู่ที่นั่น แต่อยากสรุปสั้นๆ ว่า ถ้าจะเล่าโดยละเอียดมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจเล่าได้มากมาย มันเป็นความประทับใจในดินแดนที่คนไทยอีกหลายคนไม่เคยรู้จัก หรือเคยรู้จัก แต่ไม่เคยคิดว่าจะไปสัมผัส อยากบอกทุกคนว่า เงินทอง ไม่สำคัญ เท่ากับ ใจทีพร้อม อาชีพที่เราเลือก จะเป็นตัวกำหนดเงินลงทุนของเรา ถ้าคิดไปขายแรงงาน ก็ใช้เงินไม่มากเลย หรือ จะคิดไปทำร้านอาหารไทย ทั่วโลกเกือบทุกประเทศ ร้านอาหารจะเป็นไปได้ ถ้าท่านคิดว่า ท่านสามารถปรับปรุงรสชาติให้ถึงรส และถูกปากของท้องถิ่น ผมเคยไปทานร้านอาหารไทยในต่างแดนมามากในหลายประเทศ อยากบอกว่า เสียดายเหลือเกิน ที่คนไทยที่กล้าและตัดสินใจไปทำร้านอาหารในหลายๆ แห่ง มักเป็นเพียงผู้อยากจะทำ แต่ยังไม่ใช่มืออาชีพเท่าที่ควรจะเป็น
ท่านควรต้องเป็นมืออาชีพอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ มีความสามารถพิเศษ บวกกับความเป็นนักต่อสู้และผจญภัย พร้อมกับกะตังค์ในกระเป๋าตามโลเกชั่นที่ต้องการและการลงทุนเท่าที่จำเป็น หรือถ้าไม่มี ท่านคิดว่าท่านเป็นกุ๊กฝีมือดีหรือไม่ เหล่านี้เป็นต้น เราก็สามารถเริ่มต้นอาชีพอะไรสักอย่างในต่างแดนได้อย่างมั่นใจ ขอเพียงให้ใช้คุณภาพเป็นตัวนำทาง
ความจริงยังมีเรื่องที่จะเล่าอีกมากทีเดียว แต่วันนี้ก็เขียนยาวมากเกินความพอดีไปแล้ว เกรงจะเสียความรู้สึกผู้อ่าน ที่เป็นภาระต้องอ่านกันยาวเกินไป ก็ควรพักยาวไว้แค่นี้ก่อนละกัน
ตอนต่อไป อาจขอช้านิดนึง แต่จะเขียนให้เป็นเรื่องเป็นราว ว่างก็เขียนไว้ แล้วคัดกรองให้ไม่เขียนย้อนไปมา เพื่อเล่าเรื่องราวให้ฟัง ว่า การทิ้งแผ่นดินเกิด เพื่อไปมีชีวิตใหม่ในต่างแดน มิใช่สิ่งที่ยากอย่างที่หลายคนคิด
ตอนหน้าจะมาเล่าให้ฟัง เรื่องที่ท่านทั้งหลายทราบกันดีว่า คนรุ่นพ่อที่สร้างเนื้อสร้างตัวแบบ จบเพียง ป 4 แล้วเป็นเศรษฐี หรือมหาเศรษฐีนี่ ท่านคิดว่า คงจะไม่มีอีกแล้ว ผมจะมาเล่าให้ฟัง บางประเทศทุกวันนี้ยังมี ที่คนจบ ป 2 อ่านหนังสือต้องสะกดช้าๆ อายุเพียง 35 ปี 2-3 ที่แล้ว ชีวิตยังลุ่มๆดอนๆ ยังต้องแลกเช็คกันอยู่เลย แต่วันนี้ เขามีเงินหลักพันล้านบาทไทย และดูเหมือนว่าหลักหมื่นล้านบาทไทยนี่เป็นเรื่องไม่ยากเย็นสำหรับเขาเลย ผมไม่รู้ว่าเหมะสมหรือไม่ ที่จะมาเล่าให้ฟัง เพราะเป็นในระหว่างปัจจุบันๆกันเลย คงต้องขออนุญาตเจ้าตัวก่อน แม้จะไม่เอ่ยชื่อหรือพาดพิงใดๆ ก็ตาม เพราะเขายังกำลังสร้างเงินของเขาอยู่ทุกวันแบบโตวันโตคืน รวดเร็วมากๆ จริงๆ และจะยิ่งเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ คนที่อายุไม่มากกว่า 40 ปี แต่มีเงินหลักร้อยๆ ล้านบาทไทยนี่โดยสร้างกันขึ้นมาเองนี่ ผมเห็นในประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ประเทศไทยกันมากเลยทีเดียว แต่ไม่มีใครเท่า แจ็ค แซ่ม่า เจ้าของ Alibaba.com ได้สักคน ห้ามนำมาเทียบกัน
สิ่งที่น่าเสียดาย ก็คือ ถ้าอยู่ในประเทศไทย กี่คนที่จะทำได้ แบบ นายตัน ภาสกร...อะไรนั่นน่ะ
เพราะโอกาสในไทยนั้นยากจริงๆ ประตูมันปิดเกือบทุกบานเลยหละ เขาผูกขาดกันไว้เฉพาะกลุ่มแค่นั้นเอง พวกเราล้วนคนนอก คงต้องออกนอกตามที่เขาชี้ทาง....จะดีกว่าหรือไม่ อยู่ที่แต่ละท่าน ตัดสินใจกันเองละกัน
เพจคนไทยจะทิ้งแผ่นดินขอขอบคุณ Surachai Vajira
https://www.facebook.com/surachai.k.varodom/posts/867385809968748
