.......................................................................................
เสียงจากพลเมืองอาสา
เล่าสู่กันฟัง..เรื่อง " ประชาธิปไตยไทยไม่มีร่าง.."
บทนำ..
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนนะครับ..ไม่ใช่นักเขียน..แต่เป็นคนธรรมดาสามัญ
ชน..ที่อยากเล่าสิ่งที่พบเจอ..ความจริงชัดๆล้านเปอร์เซ็นต์..อาจไม่สนุกแต่
อยากให้รู้ว่า..ในบางช่วงเวลาคุณอาจจะเจอกับเหตุการณ์ที่มันไม่อยากเจอ..
หรืออาจเป็นข้อมูลให้เก็บไปคิดตาม..หรือทิ้งมันไปในสมองที่พร้อมจะรับรู้
สิ่งใหม่ๆร่วมกัน
"ประชาธิปไตยไทยไม่มีร่าง "
ก็แล้วแต่จะความกันเพราะผมพิมพ์สดไม่มีร่างและ
อยากบอกข้อสังเกตุเรื่องที่เขากำลังอ้างว่าจะร่าง
รัฐธรรมนูญเพื่อสร้างความรู้สึกดีต่อกองเชียร์แม่ยกทั้งหลาย..แต่สุด
ท้ายอยากบอกว่า..ประเทศไทยประชาธิปไตยไม่มีร่าง(รูปลักษณ์ความจริง)..เป็น
แค่คำโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้นเอง..
ผมก็เหมือนผู้อ่านทุกท่าน..เรามาจากต่างสถานะ-ต่างเพื่อนพ้อญาติมิตร
และแตกต่างกันทุกองศานานาประการ..แต่สิ่งที่เราบอกกันได้ด้วยหัวใจที่รักชอบ
ในสิ่งที่เหมือนกันหรือคล้ายกัน..มันถูกเรียกว่า..ความชอบธรรมเสมอเหมือนไม่
มีใครสูงต่ำหรือมาเอาความปกติสุขไปจากใครก็ตาม..มันถูกเรียกว่า..ทัศนคติและ
อุดมการณ์..
ผมมีชีวิตที่เหมือนคนทั่วๆไป..พูดหรือคิดเสมอว่า..เราต่างเกิดมาเพื่อไปตาม
เส้นทางที่พรหมท่านลิขิตและส่วนหนึ่งต้องมาจากเรากำหนดเป้าหมายมันเอง..จาก
ชีวิตที่เป็นคนทำงานมีเพื่อนฝูงเฮฮา..ไม่เคยมีคำว่าการเมืองในสมองทั้งสอง
ซีก..ดูเหมือนการงานดีราบรื่นสวยงาม..แต่ใครจะรู้อนาคตใช่ไหม?
ผมเจอเหตุการณืพร้อมกับทุกๆคนคือ "วิกฤตการ ต้มยำกุ้ง"..เล่นเอาเซไปพักใหญ่
ในขณะที่ได้ยินเขาเล่าลือกันว่ามีคนล้มตายเพระพิษเศรษฐกิจพัง..แต่เเล้วม
ันก็ร้ายสุดแค่ไหนก็ต้องผ่านไปจนได้
ผมเริ่มมองการเมืองอย่างนักสังเกตุการณ์เฉพาะกิจ..ก็ในช่วงเวลาผ่านไปไม่
นาน..ประเทศไทยมี นายก
ที่โดนตาต้องใจ..เพราะแก้ปัญหาได้อย่างงดงามจนลือไปทั่วว่า
เสือเอเซียตัวใหม่คือไทยแน่นอน..แต่ฝันพังทันที่
ที่เกิดขบวนการเดิมๆที่เราหลงลืมไปมันมากำจัดศัตรูที่มันคิดไปเองว่าจะมา
แย่งอำนาจวาสนาไปจากพวกมัน..
รัฐประหารปี49
สร้างผมคนใหม่ที่ชีวิตหลุดจากวงโคจรเดิม..ผมเริ่มหาข้อมูล-เริ่มแสดงตัวตนใน
สิ่งที่ควรจะทำ..เวลาผ่านไปเหมือนโกหก..7-8ปีที่ผ่านมาจนมาถึงรัฐประหาร
ครั้งใหม่..ผมรู้มากขึ้นทุกทีและยิ่งเกิดความรู้สึกว่า..ประเทศนี้คงไม่มี
วันได้รู้จักคำว่า
"ประเทศพัฒนาแล้ว"..เพราะเรายังอยู่ในวังวนที่กำจัดทุกคนที่เข้ามาแก้ไข
ปัญหาเดิมๆ
ที่เขากลุ่มก้อนคนชั้นสูงที่ครองและครอบงำสังคมแบบไทยๆมายาวนาน..
ดังนั้นไม่ว่านายก
ฯคนไหนก็ตามที่มาแก้ไขหรือพัฒนาย่อมโดนกำจัดและกีดกันคนที่จะมาแทน..แต่ใน
ช่วงเวลาป่วนเมืองปิดประเทศ
สร้างความวุ่นวายให้เกิดเงื่อนไขในการควบคุมอำนาจ..ครั้งนี้เรารู้ทันและทน
มันไม่ไหวอีกแล้ว..
หลังรัฐประหารปี57 เพียงสามวัน
ผมเลิกคาดหวังแนวร่วมหรือแกนนำใดๆทั้งสิ้น..ในหูมีแต่เสียงคำพูดของ
บก.ลายจุดที่ว่า..ทุกภารกิจจงทำและนำตัวเองไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น..เพราะเรา
ประเมินและเลือกที่จะลงมือทำเอง.
เช้าวันที่25
ผมตื่นมาด้วยความพร้อมทั้งกายและใจ..อาบน้ำแต่งตัวตั้งใจใส่เสื้อแดงอย่าง
แน่นอนไม่เกรงกลัวอะไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต...เพราะเราเลือกที่จะทำและนำตัว
เองดังตั้งใจ..ผมออกจากบ้านตัวเปล่าไม่สร้างเงื่อนไขใดๆทั้งสิ่นที่จะนำไป
สู่การจับกุมเพราะรู้ว่า
แค่เสื้อสีแดงมันก็คงอยากกระทืบคนไทยตัวเล็กๆคนหนึ่งในช่วงเวลานั้นอย่างแน่
นอน..ผมเดินทางไปถึงมาบุญครองเดินสวนกับชายชาติทหารที่เดินเป็นแถวอยู่บนสกา
ยวอร์ค..สีแดงเดินตัดกับลายพรางอย่างไม่มีความกลัวใดๆในจิตใจ..ผมคิดในเวลา
นั้นว่าเราเป็นอะไรถึงไม่รู้สึกขลาดกลัว
คงเพราะเราคิดว่าเราประชาชนใช้อำนาจเลือกรัฐบาลที่มาอย่างถูกต้องแต่ผู้ยึด
อำนาจหรือทหารนั่นต่างหากคือคนทำผิดกฎหมายเสียเอง..แต่แปลกดีนะจนทุกวันนี้
เขายังคิดว่าเขาคนดีมาช่วยชาติบ้านเมือง..ลืมตาดูโลกบ้างเถอะเขาคิดอะไรกับ
การกระทำของพวกคุณ..ก็หลอกได้แค่คนไทยตาถ้่ว
ตาบอดในแผ่นแผ่นดินนี้เท่านั้น..
ผมถึงจุดหมายด้วยคำถามในใจที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรก่อนหน้านี้ที่ผมจะมาถึง..
สภาพดูเงียบกว่าที่คิดมีแต่กองกำลังทราบฝ่ายเต็มไปหมด..พร้อมด้วยกองทัพนัก
ข่าวนานาชาติอยู่เต็มพื้นที่..ผมไปหยุดนั่งด้านหน้าร้านแม็คฯคิดแต่ว่าเราจะ
ทำอะไรสักอย่างเพื่อให้โลกรู้ว่า..ยังมีคนไทยอีกมากที่ไม่ชอบสิ่งที่ทหารทำ
และสร้างภาพสวยหรู่แบบรัฐประหารปี49..ผมตะโกนดังที่สุดเท่าที่จะดังได้ทั้งๆ
ที่ปกติจะขี้อายไม่บ้าบิ่นอะไร..
"ผมคนธรรมดาไม่มีชื่อเสียงอะไร แต่ผมอายประเทศไทยมีรัฐประหาร..ผมย้ำเสียงดังอยู่นานจนเสียงเริ่มแห้ง"
ในที่สุดผมก็เป็นเป้าที่มีนายทหารชี้เป้าให้สมุน ปรี่เข้ามาจับผม..คนแตกกระจายมีผู้หวังดีพยายามจะดึงผมออกไป..
แต่ผมตั้งใจมาจากบ้านคงจะต้องยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำครั้ง
นี้..ความวุ่นวายเริ่มเกิดหลังทหารไม่ต่ำกว่าสามสิบมาล็อคคอผมกดต่ำเพื่อปิด
บังใบหน้าจากนักข่าว..
เวลานั้นผมคิดแล้ว"กูตายแน่!! "..เสียงเพื่อนร่วมอุดมการณืมากมายต่างเป็นห่วงและต่อว่าทหารอย่างดุเดือดไร้ความกลัวเช่นกัน..
ในขณะที่หน้ามาที่อยู่ในกลุ่มทหารเป็นเสื้อเหลืองที่ปิดกรุุงเทพฯเข้ามาด่าผมว่า"ไอ้เหี้ยไอ้สัตว์-ไอ้ควายแดง".
.ผมได้แต่คิดว่า"กูคนไทยเหมือนมึงกำลังจะโดนเอาไปฆ่าที่ไหนไม่รู้..มึงยังมาซ้ำเดิมกุอีกหรือ..ช่างเป็นสัตว์ประเสริฐเสียจริง"..
หลังจากลากผมไปกลางถนนล้อมวงเป็นไข่ดาว..วงในก็เริ่มยุทธวิธีหมาหมู่..กดหัว
ผมลงพื้นกระทืบด้วยรองเท้าที่เป็นภาษีของเรา..ระดมไม่นับแบบเหมือนแค้นมาจาก
ชาติปางก่อน..ผมเลือดขึ้นหน้าทันที่ตะโกนฟ้องนักข่าวต่างประเทศทุกรูปแบบ..
แต่ในสมองไม่มีความรู้สึกใดใดต่อนักข่าวไทยเลย..แต่ก็ขอบคุณผู้หญิงคนหนึ่ง
ให้ผมตะโกนชื่อดังๆ
เพราะนั่นคือทางเดียวที่ผมจะรอดจากการอุ้มมไปฆ่าเหมือนหลายชีวิตที่หายสาย
สูญ..สุดท้ายเสียงวอรืส่งข่าวกันวุ่นวาย..เพราะไม่คิดว่าจะมีไอ้บ้าคนนี้มา
ทำสิ่งที่กวนใจทหารผู้ทรงเกียรติ..
ผมจึงรู้ว่าเขาบอกไม่รู้จะจัดรถอะไรอย่างไรที่ไหน..ผมช้ำไปทั้งตัวปวดหัวจาก
แรงกระทืบมาเต็มหน้าและหลัง..จมูกแตก-หางตาแตกทั้งสองข้าง..แต่มองหาเลือด
แทบไม่มี..เพราะทหารเขาเก่งฝึกวิชามาดี..แอบกระชากไปใช้เสื้อเช็ดไป..แถมไป
ถึงที่สอบปากคำยังเอาปาสเตอร์สีเนื้อมาปิดเเผลให้ถ่ายรูปออกมาสวยงาม..แม้ผม
ต้องขอบคุณจริงๆที่ยังห่วงความสวยงามที่หน้าผม..เพราะชื่อที่ถูกตะโกนไป..
ผมรอดจากการหายตัวไปจากวิกฤตการครั้งนี้..ผมถูกนำตัวอ้อมไปด้านหลังกองพัน
อะไรสักอย่างที่ไม่อยากจำ..พื้นที่กว้างใหญ่ผมถูกนำมานั่งรอคนอื่นๆในเวลา
ที่เห็นทหารนักโทษถูกใส่โซ่ตรวนรู้สึกสงสารเขาจับใจจนลืมห่วงตัวเองว่าจะเจอ
อะไร..การสอบก็ผ่านหลายคน
หลายสายสืบที่แกล้งมานั่งคุยเป็นเพื่อน..แต่ผมก็พูดตามตรงไม่มีอะไรปิดบัง..
นำตัวเอง..
สุดท้ายเวลายาวนานมากสำหรับคนที่เจ็บระบมไปทั้งตัว..มีเพื่อนร่วมชะตาครั้ง
นี้สามคนถูกจับนั่น คนละที่เพื่อถามว่ามาเป็นทีมกันหรือเปล่า..
สุดท้ายใกล้สามทุ่มผมและเพื่อนอีกสองคนก็ถูกส่งไปขังที่กองปราบฯ..ส่วนการ
สอบสวนปากคำทั้งทหารและตำรวจจะไม่กล่าวถึงอีกเพราชีวิตใครชีวิตมัน..นิสัยก็
มีเจอทั้งดีและร้าย..
แต่บทสรุปสุดท้ายที่ผมเตือนคนที่เป็นนักสู้ทั้งหลาย..รักษาชีวิตไว้ยาวยาวนานนาน..ดีกว่าให้เขาจับเราด้วยข้ออ้างที่เขาเตรียมมาแล้ว..
เพราะเมื่อเราถูกจับคุม..เราจะถูกเปลี่ยนสภาพเป็นนักโทษที่เขาสมน้ำหน้าและหัวเราะใส่อย่างกับเป็นตัวตลกตัวหนึ่ง..
และเมื่อวินาทีแรกที่ถูกขัง..คุณจะหมดซึ่งอิสระภาพ-เสรีภาพและภราดรภาพ..
เมื่อนั่นเหละเราจะสัมผัสได้เองว่าทำไม่สามคำนี้ถึงมีค่าต่อชีวิตมนุษย์
อย่างเรามากมายนัก..
อย่าไปทำอะไรให้เป็นเหยื่อเขาอีกเพราะเราอยู่ในประเทศที่เราเกิดแต่มันมีคน
กลุ่มหนึ่งเป็นมาเฟียแผ่นดินที่คอยจะไล่ล่าคนที่มันไม่ต้องการ..นี่ไงเหตุผล
ที่ผมต้องการไปจากแผ่นดินนี้..
ปล. ขอไม่กล่าวถึงสภาพในเรือนจำเพราะในนั้นผมเจอคนดีมากและคนเลวมาก..เอาเป็นว่าอย่าเข้าไปอีกเลย สาธุฯ../
DJ . ร. ประชาราษฎร์
จบบริบูรณ์..........